บทที่ 4 ตอนที่3 ให้ข้าช่วย2
“ข้าว่า เจ้าอย่าเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับองค์ชายสี่เลย เจินเจิน” หลิวฉวนหยู่ร์ที่ยืนกอดอกพิงเสาของศาลาอยู่เอ่ยขึ้นเพื่อเตือนสติของสหายจากสำนักเดียวกัน
แต่...มิได้เข้าหูของเจินเจินแต่อย่างใด
นางยังคงมีสมาธิและสติทั้งหมดอยู่กับเรื่องขององค์ชายสี่และชายาใจร้ายนั่น
ฮึ! ชายานั่นร้ายกว่านางเสียอีก เจินเจินคิด
“แล้วหลุมศพของชายานั่นอยู่ที่ใด” เจินเจินถามขึ้น
“เจ้าจะทำไมรึ” หยางเจียนถามกลับ
“ข้าก็จะไปขุดเอาศพของสตรีนางนั้นมาตบ ตบ แล้วก็ตบ ก่อนฝังกลับเข้าไปใหม่อย่างไรเล่า” เจินเจินตอบพลางทำท่าทางประกอบ
“อืม... ข้าจะไปถามฮ่องเต้หลี่ซ่งหมินให้นะ” ฮองเฮาหงเหม่ยหลงที่นั่งอยู่เหนือสุดของกลุ่มเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับเจินเจิน
“ข้าว่า เจ้าควรจะขุดเอาศพของนางมาขอบใจดีกว่านะ ที่ปล่อยให้องค์ชายสี่หลุดมือจนมาถึงมือเจ้า” หยางเจียนเอ่ยขัดอย่างนึกสนุก
“นั่นสิ! ข้าเอาใจช่วยเจ้านะ เจินเจิน” เว่ยฟางเอ่ยตามอย่างรื่นเริง
“เอาเข้าไป! แต่ละคน” หลิวฉวนหยู่ร์ถอนหายใจขณะเอ่ยออกมา
“สตรีที่ชอบทำตัวผิดแปลกจากสตรีทั่วไปของเมืองหลวง ทั้งยังเลี้ยงบุรุษเอาไว้จนเต็มเรือนอย่างเจ้า ข้าว่าอย่าได้คิดฝันจะดีกว่า นะเจินเจิน” หลิวฉวนหยู่ร์เอ่ยดักคอเจินเจินอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นสหายสนิทและอีกฝ่ายเป็นถึงองค์ชายผู้ซึ่งเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้ ดีไม่ดี นางพญาจิ้งจอกแสนสวยอย่างเจินเจินอาจจะสิ้นชื่อเอาได้
เจินเจินหันขวับมาทางหลิวฉวนหยู่ร์ที่ยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกล ก่อนเถียงออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง “เรื่องพวกนั้นมันเป็นแค่กำไรชีวิต ข้ามิได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ทั้งยังไม่เคยขึ้นเตียงกับผู้ใด แม้ข้าจะมีฝีมือแข็งแกร่งร้ายกาจ แต่ส่วนนั้นของข้าช่างบอบบางยิ่ง มันรับศึกได้แค่คนเดียว จริงๆ”
อื้อหือ.....
เสียงอื้ออึงของบรรดาสตรีในศาลายังคงดังอยู่ในมโนสำนึกของเจินเจินที่นั่งเท้าคางอยู่บนขื่อนั่น นางยังคงนั่งเหม่อมองบุรุษด้านล่างอยู่อย่างนั้น
ในคราแรกนางแค่นึกชมชอบบุคลิกหน้าตาอันหล่อเหลารูปร่างสมส่วนบึกบึนกำยำของเขา
แต่ขณะนี้นางนึกเห็นใจเขาเป็นอย่างยิ่ง
เขาคงเจ็บปวดเป็นอย่างมากในครานั้น
และคงยังเจ็บปวดอยู่ไม่จางในขณะนี้
อา... นางอยากช่วยเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำนั่นเหลือเกิน
หลี่เซียวเหยาที่นั่งสมาธิอยู่ตรงจุดเดิมรู้สึกได้ถึงสายตาระยิบระยับวิบวับน่ากลัวของสตรีบนขื่อนั้นเป็นอย่างดี
แต่เขาก็ยังคงหลับตาอยู่อย่างอดทน
“ถ้าท่านเปิดใจให้ข้า” เสียงเจินเจินเอ่ยขึ้นเนิบนาบอยู่บนขื่อ “ข้าขอสาบาน ว่าจะรักท่านแต่เพียงผู้เดียว”
ประโยคนั่นทำหลี่เซียวเหยาลืมตาขึ้นก่อนเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยความหมายทางสายตาว่า ไม่ต้องเลย!
แต่เจินเจินนั้นกลับเข้าใจไปคนล่ะอย่าง
“ท่านให้โอกาสข้า” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นก่อนจะกระโดดออกจากขื่อด้วยท่วงท่าสวยงามลงมานั่งบนตักแข็งแกร่งของหลี่เซียวเหยา
“ดียิ่ง ช่างดียิ่ง” นางกล่าวขณะซุกซบคลอเคลียอยู่ตรงแผงอกของหลี่เซียวเหยา
ชายหนุ่มหรี่ตามองร่างงามระหงบนตักของตนด้วยสายตาพิฆาตความคิดโหดเหี้ยม
เขาจะดึงมีดมาแทงนางส่วนใดก่อนดี?
เจินเจินเอียงหน้าขึ้นมองตอบสบตาของหลี่เซียวเหยา พลางคิดในใจ สายตาของเขาช่างมีเสน่ห์เย้ายวนใจนางยิ่งนัก สายตาคมกริบลึกลับนี้ทำนางหลงใหลได้ปลื้ม อา...ขอหอมแก้มหนึ่งทีนะ จมูกนางเร็วเท่าความคิด นางฝังจมูกโด่งได้รูปเข้ากับใบหน้างดงามของเขาในทันที
หลี่เซียวเหยาถึงกับตัวเกร็งแข็งทื่อกับการกระทำอันแสนจะอุกอาจแบบไม่เคยมีสตรีนางใดกล้าทำกับเขาเยี่ยงนี้มาก่อน
ยัง!
ยังไม่พอ
หอมแก้มข้างหนึ่งแล้วย้ายมาหอมอีกข้างหนึ่ง
ตัดจมูกนางทิ้งดีหรือไม่!?
เจินเจินฝังจมูกกับแก้มของหลี่เซียวเหยาอยู่อย่างเพลิดเพลินโดยไม่สนใจสายตาร้อนเป็นไฟของเจ้าของแก้มแต่อย่างใด
อืม...
ใกล้กับแก้มนี่ก็คือริมฝีปาก จะกัดเม้มทำไมนั่น เผยอ ออกมา!
เจินเจินคิดในใจขณะเหม่อมองริมฝีปากของหลี่เซียวเหยาที่กำลังขบเม้มเป็นเส้นตรงกล้ามเนื้อกระตุกโดยรอบ
มือไม้ของนางช่างกระทำการอย่างไร้ที่ติโดยไม่ต้องใช้สมองคิดไตร่ตรองแต่อย่างใด มันกำลังล้วงเข้าไปในสาบเสื้อตัวในสุดของหลี่เซียวเหยา
นางมิได้ต้องการยั่วยวนแต่อย่างใด
นางเพียงต้องการสัมผัสเขา ก็เท่านั้น
“ท่านคงโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวมาเนิ่นนาน ท่านควรปล่อยวางอดีตที่ขมขื่นและมาเริ่มต้นใหม่อย่างเข้มข้นกับข้าเสีย” เจินเจินเอ่ยเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงจริงจังดวงตาเป็นประกายมือไม้ซุกซน
หลี่เซียวเหยากล้ามเนื้อพลันกระตุกลำตัวชะงักเกร็งแข็งค้างกับประโยคคำว่า
อดีตขมขื่น โดดเดี่ยวและเหน็บหนาว
ใช่!
เขายังไม่เคยลืม
เขาไม่คิดจะลืม
อดีตที่ขมขื่นนั่น
เขาทั้งโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวจนต้องเอาธรรมะเข้าช่วยเก็บข่ม มีเพียงธรรมะเท่านั้นที่ช่วยเยียวยาบาดแผลภายในใจของเขาได้
มิใช่สตรีเจ้ามารยาน่ารังเกียจ
เหล่าสตรีล้วนน่ารังเกียจ
โดยเฉพาะสตรีที่กำลังจะขืนใจเขาอยู่ขณะนี้
แล้วนี่!
นางจับเขากดนอนราบกับพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
บัดซบ!
“ท่าน!” เสียงเจินเจินดังอยู่เหนือร่างของหลี่เซียวเหยา
“ยังมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่ ใยถึงตัวแข็งเป็นรูปปั้นปานนี้”
“ปล่อย!” หลี่เซียวเหยาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
เขาอยากจะระเบิดอารมณ์ของตัวเองเต็มที ความสุขุม ความนิ่งเฉย และกิริยาอันแสนจะสุขุมนุ่มลึกของเขากำลังจะหมดไปเพราะสตรีเจ้าเล่ห์นางนี้ที่กำลังขึ้นคร่อมเขาอยู่
“เจ้าอยากตาย ใช่หรือไม่” เขากัดฟันคำราม
“ท่านพูดได้” เจินเจินเริ่มตื่นเต้นกับการโต้ตอบของชายหนุ่มใต้ร่าง นางรีบเอ่ยต่อ “ข้ามิได้อยากตาย ข้าอยากช่วยท่าน”
